The Holy Land

The Holy Land

หากเอ่ยถึงประเทศซาอุดิอาระเบียแล้วละก็ ผมเชื่อว่าใครหลายๆคนอาจจะนึกถึงประเทศนี้ใน ด้านการเมือง ศาสนา และเศรษฐกิจมากกว่าจะมองในด้านท่องเที่ยวอย่างแน่นอน

ส่วนหนึ่งก็อาจจะเป็นเพราะว่าประเทศซาอุฯเองก็ยังไม่ค่อยเปิดกว้างเกี่ยวกับการท่องเที่ยวภายในประเทศมากนัก ทำให้คนทั่วไปและนักท่องเที่ยวเองยังขาดข้อมูลแหล่งท่องเที่ยวสำคัญๆในประเทศนี้...

ตลาดผลไม้ ณ เมืองหลวง

ตลาดผลไม้ ณ เมืองหลวง

ก็ถือว่าเป็นโชคดีของผมที่ได้รับทุนมาศึกษาต่อที่นี่ เลยได้มีโอกาสทำความรู้จักประเทศนี้ให้มากขึ้น ผ่านการท่องเที่ยวตามที่ต่างๆ และที่สำคัญ เพื่อเปิดมุมมองการท่องเที่ยวของประเทศนี้ไปในตัวด้วย

เมืองค็อรบัร มีซากบ้านเรื่อนที่ทำด้วยโคลนรายล้อมด้วยต้นอินทภาลัม

เมืองค็อรบัร มีซากบ้านเรื่อนที่ทำด้วยโคลนรายล้อมด้วยต้นอินทภาลัม

ส่วนใหญ่ ผมมักจะใช้เวลาช่วงวันหยุดแล้วนัดกับเพื่อนๆ เช่ารถ กันออกเดินทางเปิดหูเปิดตาในดินแดนทะเลทราย ชมเมืองสำคัญทางประวัติศาสตร์ เพราะในซาอุฯมีที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์หลายที่มาก เช่น เมืองค็อยบัร (Khaybar) ซึ่งเป็นชุมชนชาวยิวโบราณ ที่ได้อพยพตั้งถิ่นฐาน ทำเกษตรกรรม เพาะปลูกอินทภาลัม ปัจจุบันก็ยังมีร่องรอยบ้านเรือนที่ทำด้วยโคลนเหลือไว้ให้ได้เห็น

ภูเขาหินแกะสลัก ณ เมืองมะดาอิน ศอลิฮ

ภูเขาหินแกะสลัก ณ เมืองมะดาอิน ศอลิฮ

ห่างจากเมืองนี้ไปอีกประมาณ 300 กม. ก็จะเป็นเมืองมะดาอิน ศอลิฮ (Mada'in saleh) เมืองนี้เป็นของชนเผ่าโบราณที่มีชีวิตก่อนคริสตกาล นานมากกก กลุ่มชนนี้จะแกะสลักภูเขาเป็นที่พักอาศัย และเป็นสุสานฝังศพ คนที่มีตำแหน่งสูงๆ ทำให้เราได้เห็นภูเขามีลักษณะเด่นแตกต่างกันไป (ผมไม่แน่ใจว่าเป็นชนเผ่าเดียวกันที่แกะสลักเมืองเพตราของจอร์แดนหรือเปล่า แต่ที่แน่ๆของจอร์แดนจะใหญ่กว่าเยอะ)

เมืองอัลอุลา ตั้งอยู่ระหว่างสองภูเขา มีบ้านที่ทำด้วยโคลนอยู่ใจกลางเมือง

เมืองอัลอุลา ตั้งอยู่ระหว่างสองภูเขา มีบ้านที่ทำด้วยโคลนอยู่ใจกลางเมือง

มุ่งหน้าออกไปจากเมือง มะดาอิน ศอลิฮ ไม่ไกลนักจะเจอเมืองอัลอุลา (Al Ula) ลักษณ์ของเมืองจะตั้งอยู่ระหว่างภูเขา อากาศดี ทิวทัศน์สวยงาม มีร่องรอยบ้านเรือนที่ทำด้วยโคลนเช่นเดียวกับเมืองค็อยบัร อีกทั้ง เมืองนี้ยังเป็นเมืองแหล่งเพาะปลูกผลไม้หลายชนิดอีกด้วย

เอ๊ะ! ทำไมไปเที่ยวแต่ที่โบราณๆ ยังกับไปทัศนศึกษาแน่ะ แต่จริงๆแล้วที่นี่ก็ยังมี่ที่พักผ่อนสวยๆอีกหลายที่ให้ได้เที่ยวกันนะครับ

เขาฟากีร่า

เขาฟากีร่า

อย่างที่เราไปปิคนิคกันบนเขาฟากีร่า (Al Faqirah) ที่นี่อากาศดีตลอดปี ทำให้เป็นที่จับตามองของคนมีตังค์มาสร้างบ้านตากอากาศเอาไว้ เส้นทางขับรถขึ้นเขา จะคดโค้งมาก เราลัดเลาะตามเขา ความชันก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แรกๆก็ดูธรรมดาไม่ค่อยมีอะไรน่าสนใจเท่าไหร่ มีแต่โขดหิน ไม่มีดอกไม้ต้นไม้ ประดับประดาให้ชื่นตาเลย แต่เมื่อรถถึงจุดที่สูงขึ้นมาหน่อย ความสวยก็เริ่มปรากฏ ยิ่งสูงก็ยิ่งสวย ทิวทัศน์แปลกตาสวยงามไปอีกแบบ เราหาที่ตั้งแค้มป์ปิ้งย่างกัน ตกเย็นก็นั่งจิบชาสไตล์อาหรับดูตะวันตกดิน

จุดชมวิวเมืองตออิฟ 

จุดชมวิวเมืองตออิฟ 

แต่ที่สูงกว่านั้นก็มีนะ มันคือ เมืองตออิฟ (Taif) ที่นี่เป็นเมืองที่ตั้งอยู่บนเขา เหมือนเชียงใหม่บ้านเรานั่นแหละ ความชันของถนนก็ยิ่งชันไปอีก แต่ด้วยความที่ไม่มีต้นไม้บังทิวทัศน์ทำให้เห็นข้างล่างชัดเจน ขับรถไปก็เสียวไป กว่าจะถึงข้างบนเล่นเอามือไม้สั่นไปหมด แต่พอถึงแล้วได้นั่งดูวิวสวยๆข้างบนถือว่าคุ้มที่ขึ้นมา มีกระเช้าลอยฟ้าให้ได้ชมวิวของเมืองด้วย ถ้าขับรถออกนอกเมืองไปหน่อยช่วงเย็นๆ ริมถนนจะเต็มไปด้วยผู้คนออกมาปูเสื่อจิบชากินขนมคุยกันกันเป็นครอบครัวบรรยากาศดูน่ารักเชียว

นักเขียน และ หุบเขาฟากีร่า

นักเขียน และ หุบเขาฟากีร่า

นี่ล่ะครับการเดินทางของผมในประเทศนี้ตลอด1 ปีที่ผ่านมา ที่จริงในประเทศซาอุฯยังที่เที่ยวสวยๆอีกหลายที่ ไม่ใช่ว่าที่นี่จะมีแค่ทะเลทรายน่ะครับ แต่ที่นี่ยังมีเมืองที่เต็มไปด้วยพืชพันธุ์นานาชนิด อากาศเย็นตลอดปี หรือจะเป็นการดำน้ำลึกดูปะการังที่ทะเลแดง หรือที่อื่นๆที่หลายที่

รอการมาของเหล่านักเดินทางทั้งหลาย