Such Great Heights

Such Great Heights

ตอนนี้การเดินทางไปพื้นที่สูงๆ กำลังเป็นที่นิยมอย่างมาก เรียกได้ว่ามาแรงแซงทางโค้งสถานที่เที่ยวอื่นๆไปแบบไม่เห็นฝุ่น ตอนนี้เปิดหน้าเฟซบุ๊คก็มีแต่คนไปเที่ยวเลห์ ไป ABC ไป EBC กันแบบลดแลกแจกแถมจนบางครั้งก็แอบคิดว่านี่มันเป็นอีกจังหวัดหนึ่งของประเทศไทยไปแล้วเสียอีก จุดหมายปลายทางเหล่านี้ถือเป็นพื้นที่พิเศษ เพราะมันเป็นที่ๆมนุษย์อย่างเราจะได้สัมผัสถึงความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติจนหลายๆคนหลุมรักหลงเสน่ห์ของมันจนถอนตัวไม่ขึ้น แต่ความสวยตรงนี้มันดันมาสวยบนที่สูงๆหน่ะสิ และความสูงมันก็มาพร้อมกับความอันตราย นั่นก็คือ อาการแพ้ความสูง นั่นเองครับ

000015b.jpg

อาการแพ้ความสูง ไม่ใช่อาการกลัวความสูงนะครับ อันนั้นมันเป็นเรื่องของจิตใจ แต่แพ้ความสูงนี่เป็นเรื่องของร่างกายล้วนๆ ทีนี้มาพูดถึงว่าอาการนี้มันเกิดขึ้นมาได้อย่างไร เหตุผลหลักๆเลยคือ ปริมาณของก๊าซออกซิเจนที่ลดลงเมื่อความสูงมากขึ้น อากาศ 1 เฮือกที่เราหายใจเข้าเมื่อออกซิเจนน้อยลง สุดท้ายก็ส่งผลให้ร่างกายที่มันเคยปกติกลายเป็นไม่ปกตินั่นเอง ความสูงที่กำลังพูดถึง หมายถึงที่ๆสูงเกิน 2,800 เมตรเป็นต้นไป ถ้าคิดไม่ออกว่าสูงแค่ไหน ก็เทียบกับดอยอินทนนท์บ้านเราก็ได้ที่สูงประมาณ 2,500 เมตร อย่างเลห์นี่สูง 3,500 เมตร ABC สูง 4,130 EBC 5,400 เมตร เห็นไหมครับสูงขนาดนี้ เงยหน้ามองฟ้ายังไม่เห็นยอดเลย

000028.JPG

อาการหลักๆที่ต้องจำไว้ให้ขึ้นใจ คือปวดหัว ถ้าระหว่างที่อยู่บนเขาแล้วปวดหัว ไม่ว่าจะมากหรือน้อยก็ตาม ก็ให้คิดถึงอาการแพ้ความสูงก่อนใครเพื่อน และยิ่งถ้ามีอาการคลื่นไส้ อาเจียน เวียนหัว กินข้าวไม่ลงแล้ว อันนี้แทบจะใช่เลยละครับ (จริงๆอาจจะเป็นจากอาการอื่นได้ แต่ถ้าอยู่บนเขาแล้วป่วยเราควรคิดถึงอาการแพ้ความสูงด้วยเสมอ)

อาการแพ้ความสูงมีได้ตั้งแต่แบบน้อยๆชิวๆ จนถึงขั้นเอาเราตายได้นะครับ ถ้าเป็นไม่เยอะเมื่อร่างกายเราปรับตัวได้มันก็จะหายเอง แต่ถ้าเป็นรุนแรง มันเป็นได้มากจนถึงขั้นสมองบวม หรือปอดบวมน้ำ แบบนี้ก็เกิดขึ้นได้เลยนะครับ อันนี้ไม่ว่าจะอยู่บนเขาลูกไหนก็ตาม ต้องพาลงมาถึงพื้นที่ต่ำกว่าให้เร็วที่สุดในทุกกรณี ถ้าอยู่ดีๆเพื่อนร่วมทางที่ไปด้วยกันมีอาการ ไอมากเสมหะสีชมพู นอนราบไม่ได้ เดินเซ หรือทำตัวงงๆ อันนี้คือสัญญาณเตือน ให้รีบพาไปโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด หรือพาลงไปที่ราบไม่ว่าจะแบกขึ้นบ่าหรือเรียกเฮลิคอปเตอร์มารับฉุกเฉินก็ต้องทำครับ

วิธีการป้องกันไม่ให้เกิดอาการทีดีที่สุดคือ การเดินทางแบบค่อยเป็นค่อยไป ไม่ได้ขึ้นสูงแบบพรวดพราด เช่นเมื่อเราเริ่มเดินเข้าสู่พื้นที่สูงแล้ว ในแต่ละวันที่ผ่านไป ที่นอนในแต่ละวันความสูงไม่ควรต่างกันมากนัก เพื่อให้ร่างกายได้มีเวลาได้ปรับตัวมากขึ้น หรือเรียกอีกชื่อว่า climatise ปัจจุบันคนไทยเป็นวัยรุ่นใจร้อน จะเดินทางไปเลห์สถานที่ยอดฮิตของฮิปสเตอร์ในปัจจุบัน หรืออาจจะเป็นมาชูปิคชูที่เปรู ต่างก็ต้องเดินทางโดยเครื่องบินที่บินจากระดับน้ำทะเลไปสู่จุดหมายปลายทางอย่างรวดเร็วในเวลา 1 ชั่วโมง พอไปถึงจุดหมายวันแรกแทนที่จะได้เที่ยวอย่างสนุก คนจำนวนมากกลับต้องมานอนซมอยู่บนเตียงเพราะสภาพร่างกายไม่เต็มร้อย ต้องผ่านไปวันสองวันทุกอย่างถึงจะกลับมาเข้าที่เดิม

000024b.jpg

นอกเหนือจากวิถีชีวิตสโลว์ไลฟ์ที่ควรยึดถือเป็นที่ตั้งแล้ว การทานน้ำให้ได้อย่างน้อยวันละ 2 ลิตรเป็นอย่างน้อยก็เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ ร่างกายที่ขาดน้ำจะทำให้ทุกอย่างเลวร้ายลงกว่าเดิม ไม่ต้องไปกลัวว่าจะหาห้องน้ำลำบาก การนอนโอดโอยระหว่างที่เพื่อนร่วมทางกำลังเฮฮาเป็นอะไรที่ทรมานกว่าเยอะ พวกของพาเมาทั้งหลายหลาย หนีไปให้ไกลที่สุดครับ ไว้กลับมาถึงพื้นราบแล้วจะฉลองสามวันสามคืนก็ไม่มีใครว่า แอลกฮอล์พวกนี้นอกจากจะทำให้เมาไม่พอยังทำให้ร่างกายปรับตัวเข้ากับความสูงใหม่ได้ช้าลงอีกด้วย

วิธีสุดท้ายที่ต้องพูดถึงก็คือการใช้ยาที่ชื่อว่า Diamox (ชื่อสามัญคือ Acetazolamide) ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่ามันไม่ใช่ยาวิเศษพิสดารที่จะทำให้เราปลอดภัยตลอดทางนะครับ มันเป็นแค่เครื่องมือหนึ่งที่เราสามารถเอามาช่วยทำให้ร่างกายเราปรับตัวเข้ากับความสูงใหม่ได้เร็วขึ้น บางคนต่อให้กินก็ยังแพ้ความสูง แต่บางคนกินแล้วก็ช่วยไม่ให้เกิดอาการได้ ส่วนจะกินอย่างไร กินกี่เม็ด ให้ไปถามหมอได้เลยนะครับ ปรึกษาแพทย์ด้านนี้ได้ที่คลินิกเวชศาสตร์การเดินทาง โรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อนได้เลยจ้า

ขอบคุณภาพถ่ายฟิล์มสวยๆจาก Beam Sirikoon แห่ง @suneyeview