No Taste Like Home

No Taste Like Home

การได้เดินทางและไปใช้ชีวิตในต่างแดนนั้นเป็นความฝันของใครหลายๆคน ดิฉันเองก็เป็นหนึ่งในนั้นค่ะ...

เมื่อก่อนเคยฝันว่าอยากไปใช้ชีวิตเป็นนิวยอร์กเกอร์ ไปดูบรอดเวย์ ไปใช้ชีวิตแบบ sex and the city จนตัดสินใจทิ้งทุกอย่าง แล้วไปตามหาความฝัน เพื่อนหลายคนเคยบอกว่าเฮ้ย แก มันเลยเวลาที่จะตามความฝันแล้วหรือเปล่า ดิฉันพูดเลยว่า ความฝันมันไม่มีวันหมดอายุค่ะ เพราะดิฉันมีความสุขกับสิ่งที่เลือก และเมื่อปีที่แล้วดิฉันก็เกิดความฝันใหม่ค่ะ เกิดการจินตนาการว่าตัวเองวิ่งเล่นอยู่ในทุ่งทิวลิป พายเรือริ่มคลอง จิบเบียร์แกล้มกับปลาแฮริ่ง มันเป็นอะไรที่ดัดจริต และ ตอบโจทย์ชีวิตของดิฉันมาก ดิฉันเลยสัญญากับตัวเองว่าประเทศเนเธอร์แลนด์ ดินแดนกังหันลมนี่แหละค่ะ คือที่ๆฉันต้องมาเรียนต่อปริญญาโทให้ได้

แต่กว่าชีวิตดิฉันจะมาดัดจริตอยู่ในจุดๆนี้ได้ มันก็ไม่ได้ง่ายนัก อย่าว่าแต่เรื่องการเรียนเลยค่ะ ลำพังแค่การเดินทางออกหาอะไรกินเป็นมื้อเย็นในต่างแดน บางครั้งมันก็กลายเป็นการผจญภัยระดับย่อมๆของดิฉันได้เหมือนกัน

 ประเทศเนเธอร์แลนด์ในฝัน จาก  The Contemporary Women

ประเทศเนเธอร์แลนด์ในฝัน จาก The Contemporary Women

เวลาที่เราไปใช้ชีวิตต่างประเทศนานๆมันก็ทำให้เรานึกถึงบ้านเหมือนกันนะ โดยเฉพาะอาหาร ลองนึกภาพการที่ไม่ได้กินส้มตำปูปลาร้าเป็นปีๆสิคะคู้ณณณณณณ ลำพังแค่3วันไม่ได้กินข้าวสวยก็เซ็งแล้วค่ะ เพราะฉนั้นการค้นหาอาหารเย็นที่มันเด็ดดวง โดยเฉพาะรสชาติดั้งเดิมแบบไทยแท้ในต่างแดนเนี่ย มันถือเป็นความสำเร็จที่น่าภูมิใจมาก

ดิฉันก็เลยอยากจะมาเล่าถึงการค้นพบร้านอาหารหมูกระทะ ใช่ค่ะ คุณอ่านไม่ผิด ร้านหมูกระทะ!! แห่งแรกและแห่งเดียวในยุโร๊ปปปป (อันนี้ดิฉันน่าจะมโนไปเอง) แต่เอาจริง ใครมันจะไปคิดละคะว่าจะมีร้านหมูกระทะแบบไทยๆในประเทศเนเธอร์แลนด์ พอเห็นพี่คนไทยที่รู้จักรีวิวร้านนี้ไว้ในเฟสบุ๊ค ดิฉันนี่ตาลุกวาวดีใจเหมือนได้ทอง ยิ่งพอนางบอกว่าสามีฝรั่งนางพาไปกิน มันเด็ดดวงมาก ผู้หญิงไม่มี ผ. อย่างดิฉันก็รีบชวนเพื่อนไปอย่างเร็วไว รีบมุ่งหน้าตามลายแทงไปที่ร้าน Asia BBQ แต่การเดินทางหน่ะเหรอคะ หึหึหึ มันไม่ได้เร็วเหมือนตอนชวนเพื่อนหรอกค่ะ

 

แค่นั่งรถไปกลับก็แค่ 5 ชม. เองค่ะ ร้านหน่ะมันไม่ได้ไกลหรอกค่ะ บ้านดิฉันนี่แหละที่ไกล!! กลับกลายเป็นว่าเราจะได้ใช้เวลาเดินทางมากกว่าตอนกินเสียอีก...แต่ไม่เป็นไรค่ะ ในเมื่อเราตั้งใจแล้ว กะเทยอย่างเราต้องสู้ค่ะ!

ร้าน Asia BBQ นี้ตั้งอยู่ที่เมือง Rotterdam ซึ่งหลายๆคนก็คงเคยเห็นและได้ยินชื่อเสียงเรียงนามกันมาบ้างแล้ว แต่ด้วยความที่บ้านดิฉันนั้นอยู่ไกลติดชายแดนอีกนิดก็จะถึงประเทศเยอรมัน ดิฉันและเพื่อนสาวจึงจำเป็นต้องหอบสังขารเดินทางออกจากบ้านกันไปตั้งแต่เช้า(สายๆ)ในสภาพที่แฮงโอเวอร์สุดๆ ไหนจะนั่งรถเมล์แล้วไปขึ้นรถไฟจากรถไฟต่อด้วยรถใต้ดิน ขึ้นจากรถใต้ดินเราก็ต้องต่อรถรางแทรมค่ะ จากรถรางแทรม เราก็ต้องเดิน ขุ่นพระ!!! ถ้าสปิริตไม่แรงกล้าพอทำไม่ได้นะคะ

แต่เอาเข้าจริงการเดินทางในประเทศเนเธอร์แลนด์นั้นค่อนข้างสะดวกค่ะ เพราะส่วนใหญ่อย่างที่หลายๆคนคงทราบ ประชากรทั่วไปเวลาเดินทางใกล้ๆ เค้าก็จะปั่นจักรยานกัน ประเทศนี้ถือว่ามีจักรยานเยอะที่สุดในโลกและจำนวนจักรยานนั้นมากกว่าประชากรทั้งประเทศค่ะ เวลาเดินทางไกล ประชาชนที่นี่ก็จะนั่งรถไฟเป็นหลักแต่ราคาการเดินทางบนรถไฟนั้น ถ้าเทียบกับประเทศอื่นๆในยุโรปที่นี่ราคาค่องข้างแพงพอสมควรค่ะ ยกตัวอย่างจากบ้านดิฉัน (Deventer) ไปสถานี Rotterdam ราคาไปกลับก็ต้องประมาณ 41 ยูโรค่ะ (หรือประมาณ 1600 บาท) ซึ่งแพงมากค่ะ ดิฉันจึงต้องใช้วิธีการซื้อตั๋วรายวันตามร้านสะดวกซื้อค่ะ ทีนี้ราคามันก็จะอยู่ที่ประมาณ 19 ยูโรค่ะ ไปไหนก็ได้ในเนเธอร์แลนด์ภายในหนึ่งวัน

ส่วนการนั่งรถแทรมก็จะเป็นลักษณะการเดินทางในเมืองใหญ่ๆค่ะ ซึ่งตรงนี้ก็จะช่วยลดความแออัดของพาหนะในตัวเมืองได้เยอะพอสมควร บรรยากาศข้างทางของเมืองนั้นถือว่าสวยงามตามสไตล์ชาวดัตช์ (จริต) สองข้างทางก็จะเป็นความสวยงามตามสภาพบ้านเมือง ธรรมชาติ ริมคลอง ซึ่งก็ถือว่าเป็นเอกลักษณ์อันโดดเด่นค่ะ

เมื่อเดินทางไปถึงร้านแล้วนั้น นางก็ไม่ได้ทำให้ดิฉันผิดหวังแต่อย่างใด จากการสอบถามและเม้ามอยจึงได้ความว่า เจ้าของร้านเป็นชาวดัตช์สองผัวเมียภรรยาที่เคยไปเที่ยวเมืองไทยบ่อยครั้งและคลั่งไคล้เมืองไทยมาก โดยเฉพาะอาหาร จนวันนึงได้มีโอกาสไปทานร้านหมูกระทะและรู้สึกติดใจนี่แหละค่ะ ตอนนั้นทั้งสองก็เลยตัดสินใจอยู่เมืองไทยนานหกเดือนเพื่อเรียนรู้สึกสูตรการทำหมูกระทะแบบดั้งเดิม!!

ร้านนี้เริ่มจากการขายหมูกระทะ บนรถ Truck ค่ะ อารมณ์เดียวกับ Food Truck ที่ขายตามงานเทศกาลต่างๆทั่วไป วนเวียนเปลี่ยนที่ไปเรื่อย จนกระทั่งวันหนึ่งได้มารู้จักกับเจ้าของตึก เขาเลยยื่นข้อเสมอให้เปิดร้านถาวร แต่เนื่องจากทำเลของร้านตอนนี้นั้นเป็นย่านร้านขายยาเสพย์ติด (เผื่อใครที่ไม่ทราบ ประเทศเนเธอแลนด์นั้น ยาเสพติดหลายชนิดถูกกฎหมายนะจ๊ะ) ทางเจ้าของตึกจึงให้ราคาค่าเช่าที่ถูกมาก ตอนนี้ร้านข้างๆ Asia BBQ ก็ยังเปิดเป็นร้านขายกัญชาอยู่นะคะ ดังนั้นถ้าไม่ได้ลูกค้าประจำที่คิดจะมาทานร้านนี้จริง เชื่อเถอะค่ะ ว่าไม่มีใครเดินผ่าน....

 บรรยากาศนอกร้าน   Asia BBQ

บรรยากาศนอกร้าน  Asia BBQ

สูตรเด็ดของนางที่สามารถดึงดูดลูกค้าชาวไทยและขาประจำได้นั้นอยู่ที่น้ำจิ้มค่ะ น้ำจิ้มของนางมี 3 แบบ คือน้ำจิ้มสุกี้แบบเต้าหู้ยี้ น้ำจิ้มเด็กจะคล้ายน้ำจิ้มลูกชิ้นบ้านเรา และน้ำจิ้มสีดำคล้ายๆน้ำจิ้มแจ่ว ซึ่งดิฉันก็ไม่รู้ว่ามันคือน้ำจิ้มอะไรแต่อร่อยค่ะ ยิ่งถ้าผสมไปมานี่ยิ่งอร่อย! ฟินนนนเว่อร์

อาหารที่นี่จะจัดเป็นแบบบุฟเฟต์ ราคาชุดละ 19.50 ยูโร (อย่าเอาไปเทียบกับเงินไทย) ด้วยราคานี้ เราจะได้เนื้อหมัก หมูหมัก ไก่หมักปลาหมึก กุ้ง ลูกชิ้น เสิร์ฟกับผักกาดขาว กวางตุ้ง และสลัดแตงกวาแบบไม่อั้น และด้วยความอินดี้ของเจ้าของร้าน อุปกรณ์ทุกอย่างนางขนมาจากประเทศไทยค่ะ ตั้งแต่ กระทะ เตา แก้ว จาน ชาม ตะกร้า และพีคที่สุดคือกล่องทิชชู่... อิฝรั่งคงงงว่า หล่อนจะเอากระดาษเช็ดก้นมาให้ฉันเช็ดปากทำไม ทั้งร้านก็เป็นลักษณะแบบ Family Resturant ช่วยกันสองคนผัวเมียนี่แหละค่ะ ที่นี่มีลูกค้าทยอยเข้ามาเรื่อยๆ เลยอยากจะแนะนำว่าถ้าจะไปทานควรโทรไปจองนะคะ

ร้านนี้จะเปิดเฉพาะแค่ช่วงเย็น วันพุธ-วันอาทิตย์ เวลา 5.30 - 23.00 น. ค่ะ แต่เพียงแค่ครึ่งปีเท่านั้นนะคะ เพราะว่าอีก 6เดือน ช่วงเดือนมกราคมถึงมิถุนายน นางๆจะไปพักร้อนที่ไทยค่ะ ส่วนรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถเข้าไปชม เว็บไซด์ หรือ เฟสบุ๊ค ของทางร้านได้เลยค่ะ

อ่ะ สรุประยะเวลาทั้งหมดของทริปนี้กันอีกทีนะคะ ทั้งหมดเราใช้เวลาเดินทางขาไป คือ 2 ชั่วโมง 30 นาที รับประทานอาหารในร้านกันอีก 2 ชั่วโมง เดินทางกลับอีก 2 ชั่วโมงครึ่ง ถึงบ้านก็ย่อยเสร็จพอดีค่ะ คุ้มค่ากับการเดินทางจัง มันรู้สึกอร่อยแบบตายตาหลับ 

แต่เดี๋ยว! นี่ดิฉันไม่ได้ถูกจ้างมาเพื่อรีวิวร้านอาหารไทยในต่างแดนแต่อย่างใดนะคะ แต่ที่ดิฉันเขียนมาซะยืดยาวขนาดนี้นั้นเป็นเพราะดิฉันอยากจะเล่าถึงกระเทยไกลบ้านคนนึงที่กระเสือกกระสนอยากจะไปกินอาหารรสชาติที่คุ้นเคย คุ้นปาก เพราะบางครั้งการใช้ขีวิตอยู่ต่างแดนนั้นมันก็ไม่ได้เพอร์เฟค ถึงแม้ว่ามันจะเป็นความฝัน แต่ก็มีหลายครั้งที่แอบคิดถึงบ้าน และมันก็มีอาหารนี่แหละที่ช่วยเยียวยาให้เรานึกถึงบ้านน้อยลง