Make Yourself At Home

Make Yourself At Home

สำหรับหญิงสาวที่ไม่ค่อยได้เข้าเมืองใหญ่แบบเรา การตัดสินใจไปครั้งนี้ลอนดอนครั้งนี้เลยต้องพึ่งคำแนะนำจากเพื่อนๆชาวลอนดอนเนอร์หลายคน เพราะไหนจะเรื่องเที่ยว ไหนจะเรื่องนอน ที่จะต้องห่วง และที่สำคัญ ไหนจะเรื่องกิน!!

ทุกคนบอกว่า แกต้องไปดูอันนี้นะ แกต้องห้ามพลาดไปกินอันนี้นะ โหยยย ขอร้องนะ ไปเหอะ มันดีจริงๆ ไอ้เราก็พยักหน้า อือๆ ตามพวกมันไป แต่หนึ่งในคำแนะนำที่ทำเราสะดุด กลับออกมาจากปากเพื่อนนักจิตรกรคนหนึ่ง มันบอกว่า “ทำไมแกไม่ลองไปกิน supper club ดูหล่ะ แกก็ไปกินอาหารในบ้านเค้าได้เลย อ่ะ นี่เว็บ”

 หน้าเว็บ

หน้าเว็บ

แล้วนางก็โยนเว็บมาให้เลย
เดี๋ยว...อยู่ๆก็เข้าไปกินอาหารบ้านเค้าเลยก็ได้เลยเหรอ????
แล้วอี Supper Club มันคืออะไร???

ซับเปอร์ คลับ เป็นอะไรที่ชาวตะวันตกเค้าทำกันมานานแล้ว เอาง่ายๆเลย มันเป็นชมรมกินนั้นแหละ คือสมมุติว่า ก. ชอบทำอาหาร แต่ ก. มีงานประจำอยู่แล้ว แต่จะให้ทำอาหารให้เพื่อนกินฟรีตลอดมันก็ไม่ได้ ข. ซึ่งเป็นเพื่อนก็เลยแนะนำว่า ทำแบบนี้มั้ย ขายบัตรเอา และ ข. ก็ชวนเพื่อนของเพื่อนมาอีกที ก. ก็ได้ทำสิ่งที่ตัวเองรักและไม่เปลืองเงินเดือนของตัวเองโดยใช่เหตุ ประเด็นมันก็มีอยู่ประมาณนี้

แต่ปัจจุบันโลกมันก็เปลี่ยนไป จากเพื่อนของเพื่อน ก็ต่อยอดกันต่อไปเป็นเว็บไซด์อย่างที่เพื่อนเราแนะนำอีกที

 หน้าเพจของนาตาลี

หน้าเพจของนาตาลี

เว็บที่ว่ามีชื่อว่า grubclub.com  จริงๆในลอนดอนเค้าก็ใช้กันหลายเว็บไซด์ แต่อันนี้น่าจะใช้ง่ายสุด หน้าตาของเว็บไซด์ก็คล้ายๆจะเป็น airbnb.com แต่เต็มไปด้วยอาหาร  มีoptionsให้เราเลือกมากมาย คล้ายกับอีเว้นอาหารที่มีทุกวัน คุณสามารถเลือกได้ว่าอยากทานอาหารแบบไหน ในวันไหน ในตีมอะไร เป็นการกุศลก็ยังมี ตื่นตาตื่นใจมาก เพราะตัวเลือกเหล่านั้นไม่ได้หยุดที่วัน หรือ ประเภทอาหาร แต่ยังมีสถานที่ให้เลือกมากมาย ตั้งแต่บ้านเซฟระดับมิชชิลินสตาร์ หรือ คนธรรมดาที่อยากทำอาหารเที่ยงที่ห้องสมุด

บอกไว้ก่อนว่าแต่ละงานนั้น เต็มเร็วมาก ส่วนมากรับไม่เกิน12คนด้วยซ้ำ แล้วแต่ขนาดไซส์ของห้องนั่งเล่น (หรือสถานที่จัดงาน) แนะนำให้จองล่วงหน้า

 บรรยากาศในระแวกบ้านของนาตาลี

บรรยากาศในระแวกบ้านของนาตาลี

ขอสารภาพก่อนเลยว่า หนักใจกับการจองไปกินครั้งนี้มาก เพราะเลือกไม่ถูก!!! จนสุดท้ายตัดสินใจเลือก Natalie’s Armenian Kitchen ไป ด้วยหลายเหตุผล

1. เพราะ เธอทำอาหาร “อาร์เมเนีย” คืออะไรไม่เคยกิน แถมทำตั้ง 10คอร์ส 2. ราคาตกอยู่ที่หัวละพันกว่าบาท (40ปอนด์) ก็ถูกกว่าไปกินตามร้านในลอนดอนหลายเท่า 3. แถมยังสามารถเอาเครื่องดื่มไปได้เองอีกด้วย 4. รีวิวก็ดี

ในใจก็คิดเจ๋งหวะ อาหารอาร์เมเนียมันเป็นยังไงนะ
ไม่รอช้า กดลงชื่อ จ่ายตังค์ผ่านบัตร ได้อีเมลคอนเฟิมพร้อมกิน ที่เหลือคือแวะซื้อไวน์จากซุปเปอร์ก่อนไป

 นาตาลี และ เพื่อน กำลังวุ่นทำอาหารกัน นาทีสุดท้ายก่อนแขกจะมา

นาตาลี และ เพื่อน กำลังวุ่นทำอาหารกัน นาทีสุดท้ายก่อนแขกจะมา

โชคดีที่มีกูเกิ้ลแมพทำให้รู้ว่าสถานที่กินมื้อค่ำในวันนี้ ไม่ได้ใกล้ในเมืองอย่างที่คิด เราขึ้นใต้ดิน ต่อรถเมล์ และเดินต่อไปบ้านของคุณนาตาลีก่อนเวลา...เร็วเกินไป1ชั่วโมง

ไอ้เราก็กล้าๆกลัวๆไม่กล้ากดกริ่งบ้านเค้า เดินวนอยู่หน้าตึกนานมาก หนาวก็หนาว เมื่อยก็เมื่อย จนเอาวะ กดกริ่งก็ได้ กริ้งงงงงงงซักพักก็มีเสียงดังออกมาจากเทเลคอม “เข้ามาได้เลย ห้องแรกซ้ายมือ” เสียงผู้หญิงสำเนียงอังกฤษหนาตึบ เกาหัวสองทีแบบงงๆ ก่อนจะพลักประตูแล้วเดินเข้าไป

บ้านของนาตาลี มีลักษณะคล้ายอพาทเม้น มีห้องครัว ห้องนั่งเล่น น้องนอน และห้องน้ำ อัดแน่นอยู่ในคอมพาวน์เดียวกัน แต่ก็มีความอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูก นี่สินะความหมายของคำว่า Cozy เธอเปิดประตูต้องรับพวกเรา พร้อมแนะนำตัวเอง และเพื่อนของเธอที่มาช่วยทำอาหาร

หนึ่งในความโชคดีของการมาเร็วก่อนเวลาคือเราได้มีโอกาสเห็นพวกเค้าเตรียมอาหาร ได้เลือกที่นั่งก่อนคนอื่นเค้า และได้คุยกับแม่ครัว

นาตาลีเล่าให้ฟังว่าเธอทำ Supper Club มาได้สองปีกว่าแล้ว ซึ่งเธอก็เป็นพนักงานออฟฟิสปกติธรรมดาๆที่ชอบทำอาหาร ครอบครัวของเธอเป็นชาวอาร์เมเนีย/อิหร่าน ที่อพยพมาตั้งถิ่นฐานอยู่ที่ประเทซอังกฤษ จึงไม่แปลกที่แม้สำเนียงของนาตาลีจะอังกฤษจ๋า แต่หน้าของเธอคมเข้มสวยแบบชาวอาหรับ

 เพื่อนๆร่วมโต๊ะ และ บรรยากาศก่อนเริ่มกิน

เพื่อนๆร่วมโต๊ะ และ บรรยากาศก่อนเริ่มกิน

เธอบอกว่า เรื่องของเรื่องมันเริ่มมาจากทำอาหารให้เพื่อนๆกินเนี่ยแหละ จนมีคนเสนอว่าทำไมไม่ทำ Supper Club หล่ะ เธอก็ชอบทำอาหารอยู่แล้ว ทำแบบนี้ก็ได้ค่าขนมเพิ่มด้วย เธอจึงไปลงเว็บ และก็ทำแบบนี้มาเรื่อยๆ มีพักบ้าง แล้วแต่อารมณ์ไป

เมื่อถึงเวลาที่แขกคนอื่นๆเริ่มทยอยกันมา พวกเราก็ shake hands แนะนำตัว พูดคุยกันอย่างเขินๆ เพราะมีหลายคนก็ไม่เคยทำอะไรแบบนี้เหมือนกันกับเรา แต่ความน่ารักก็คือทุกคนพร้อมจะเปิดใจ โดยเฉพาะคนที่เคยมาซับเปอร์ คลับมาก่อนแล้วเค้าก็ไม่ทำตัวแปลกแยกแต่อย่างไร นาตาลีบอกให้พวกเราทำตัวตามสบายพร้อมยื่น Welcome Drink ให้

เมื่อถึงเวลาของ course แรก นาตาลีก็อธิบายว่าตามวัฒนธรรมของคนอาร์เมเนียกับอิหร่านแล้วละก็ เค้าจะเอาทุกอย่างจะมาวางอยู่บนโต๊ะ และทุกคนแบ่งกันกิน ง่ายเลย เราบอก "ที่เมืองไทยเราก็กินแบบนี้เหมือนกัน"

5 course แรก ใน starter ก็เลยเสิร์ฟพร้อมกันบนโต๊ะทีเดียว 

เริ่มจาก Frittata หรือ ออมเล็ต ที่อารมณ์คล้ายไข่เจียวบ้านเราแต่ใส่ผักโขมและผลไม้แห้ง มาพร้อมกับโยเกิต มะเขือม่วง ผักดองต่างๆ และ Flat bread เอาจริงๆ แค่ starter ก็อิ่มแล้ว

ทุกครั้งก่อนเธอจะวางอาหารลงบนโต๊ะ เธอก็อธิบายให้เราฟังถึงที่เป็นที่ไปของอาหารแต่ละจาน รวมถึงเกร็ดประวัติศาสตร์ที่อาจจะติดมาจากจานนั้นๆด้วย ไอ้เราที่ยิ่งชอบอะไรก็ตามที่เกี่ยวกับประวัติศาสตร์อยู่แล้ว ก็ประทับใจกับซัฟเปอร์คลับนี้มากไปกว่าเดิม  

และแล้วเราก็มาถึงอีก 5 course หลัง หรือ Main
ครั้งนี้มี มี Dolma หรือเนื้อแกะม้วนในใบองุ่น ต่อด้วยแกงไก่ สลัดแตงกว่า และข้าวแบบอิหร่าน

 นาตาลีและเพื่อนกำลังช่วยกันจัดจาน

นาตาลีและเพื่อนกำลังช่วยกันจัดจาน

แน่นอนว่านางเอกของมื้อนี้คือแกงไก่ ที่เป็นสูตรประจำตระกูล ตกทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่น ใช้เวลาเคี่ยวนานถึงสองวัน เนื้อไก่นี่นุ่มหลุดมาเป็นฝอยๆ รสชาติกลมกล่อม ตัดหวานได้ดีคือความเปรี้ยวเล็กจากลูก barberries ต้องนึกภาพตาม ลองลับตาแล้วตักมันเข้าปาก โอมายก๊อดดดด โครตละมุน!!!

แต่แน่นอนว่า นางเอกของเราจะขาดพระเอกไปก็ไม่ได้ เพราะ ข้าวแบบอิหร่านที่นาตาลีเสิร์ฟนั้นก็ไม่ธรรมดา เธอแอบเล่าเคล็ดลับให้ฟังว่า กว่าจะได้ ความกรุบกรอบใต้หม้อเนี่ยมันไม่ได้ง่ายนะ เพราะเธอต้องรอจนข้าวเกือบสุกก่อนจะสามารถใส่เนยลงไป ต้องรอให้เนยไหม้ แต่ข้าวก็ห้ามไหม้! ขั้นตอนที่จะทำให้เกิด tah-dig หรือ การไหม้ที่ก้นหม้อแบบต้นตำหรับอาหารอิหร่านแท้ๆนี่ฟังดูยุ่งยากดีแท้

แต่ก็อร่อยดีนะ ยิ่งกินกับแกงไก่รสละมุน ความหอมและกรุบกรอบของข้าวก็ตัดกันได้ดี ผ่านค่ะ!

 นี่นางเอก

นี่นางเอก

ไม่อยากจะโกหก เพราะมันอร่อยจริงๆ

เอาเป็นว่า เราได้ตักข้าวกินแล้วกินอีก ถึง3จานด้วยกัน โปรดอย่าถามว่ากลิ้งกลับบ้านไหม 

 ส่วนนี่ก็พระเอก

ส่วนนี่ก็พระเอก

ไวน์ที่เอามาใกล้จะหมดขวด ก็ได้ยินเสียงนาตาลีมาจากห้องครัวว่า “Who wants dessert????” แน่นอนว่าเรานี่ยกมือก่อนใคร เธอนับมือแล้วถามว่ามีใครอยากได้ชากาแฟเพิ่มมั้ย 

ณ จุดนี้ แขกของนาตาลีทั้ง 12คน รวมถึงตัวเราเองด้วย เริ่มคุยกันเหมือนเพื่อนเก่าที่ไม่ได้เจอกันมานาน คู่รักคู่หนึ่งเล่าให้ฟังว่าพวกเค้าจะมากินอาหารที่บ้านนาตาลีทุกครั้งเมื่อเค้ารู้ว่าเค้าท้อง อาหารของนาตาลีเปรียบเสมือนกับเป็นการฉลองลูกคนใหม่สำหรับพวกเค้า

 ขนมหวานของค่ำคืนนี้ ทานคู่กับชาหรือกาแฟ

ขนมหวานของค่ำคืนนี้ ทานคู่กับชาหรือกาแฟ

และแล้วของหวานก็มาเสิร์ฟตรงหน้า Nutmag & Walnut Cake แต่ก่อนที่เราจะมีโอกาสตักเค้กเข้าปาก แขกอีกคนที่เอ่ยปากตั้งแต่แรกว่าเค้าเป็นลูกครึ่งอาร์เมเนีย ก็กรี๊ดออกมาว่า “เหมือนที่ยายฉันทำเลย!” นาตาลีหัวเราะชอบใจ แต่แขกคนนั้นก็บอกว่า “จริงๆนะ เหมือนมาก อีกนิดนี่ฉันร้องไห้ได้เลย” ตัวเราเองฟังยังอดยิ้มไม่ได้ 

พวกเราทุกคนที่ตัดสินใจมา Supper Club ของนาตาลีในคืนนั้น มีจุดมุ่งหมายไม่เหมือนกัน บ้างก็เพื่อเฉลิมฉลอง บ้างก็อยากลองอะไรใหม่ๆ (เช่นเรา) แต่สำหรับบางคนเค้าก็แค่อยากได้ชิมอาหารที่ทำให้เค้านึกถึงบ้านเกิด

 บรรยากาศบนโต๊ะ

บรรยากาศบนโต๊ะ

ไม่ว่าเหตุผลของแต่ละคนจะเป็นอย่างไร แต่ที่แน่นอนที่สุดคืออาหารบนโต๊ะคืนนั้นเป็นจุดศูนย์รวมที่ดึงให้พวกเรามาเจอกัน

นาตาลีหันมายิ้มแล้วบอกว่า นี่แหละคือความงามของ Supper Club

 นาตาลีเทกาแฟแบบโปรมากๆ

นาตาลีเทกาแฟแบบโปรมากๆ

ในใจก็อดคิดไม่ได้ว่า “เอ๊ะ หรือเรามาร่วมชมรมนี้ช้าไป และถ้ากลับไปทำแบบนี้ที่บ้านเรามันจะเวิคมั้ย ผู้คนจะเปิดใจให้เราเท่าชาวลอนดอนรึเปล่า” ฉันตัดเค้กเข้าปาก รสชาติหวานคล้ายคาราเมลของเค้กนั้นตัดความขมของกาแฟอาร์เมเนียนได้ดีเลยแหละ