Highland Dreams

Highland Dreams
Take nothing but pictures,
Leave nothing but footprints,
Kill nothing but time...
- Anon
เลท เดอะ สกาย ฟออออออออลล *โปรดอ่านออกเสียงเป็นอะเดล*

เลท เดอะ สกาย ฟออออออออลล *โปรดอ่านออกเสียงเป็นอะเดล*

สกอตแลนด์เป็นหนึ่งในประเทศติดอันดับยอดฮิตของนักเดินทางหลายคน ฉันเองก็เป็นหนึ่งในนั้นทำไมหน่ะเหรอเพราะที่นี่มันมีทุกอย่างครบหน่ะสิ มีเขาให้ปีน มีน้ำตกให้โดดเล่น ถนนหนทางเค้าก็ว่าสวยงามหยั่งกับภาพวาด แต่ในขณะเดียวกันเค้ายังมีประวัติศาสตร์ มีปราสาท เสียงดนตรีประหลาดๆ และเรื่องเล่าปรัมปราอีกมายมาย ทำให้ประเทศแห่งนี้น่าค้นหาอยู่ไม่น้อย...

เอาจริงๆไม่เคยคิดว่าจะได้มาเร็วขนาดนี้ มันตั้งตัวไม่ทัน!!

จุดเริ่มต้นของ Roadtrip

ต้องรีบออกตัวก่อนเลยว่าการเดินทางครั้งนี้เตรียมตัวไปน้อยมาก (อะเกน) เป็นการเดินทางแบบบังเอิญๆ (อะเกน) ตอนนั้นอยู่อังกฤษพอดีแล้วมีเวลาเหลือ เลยตัดสินใจกับเพื่อนว่า เราไปสกอตแลนด์กันเถอะ (เพราะยังไงมันก็ใช้วีซ่าเดียวกัน) มีคนเคยส่งโปสการ์ดมาให้ มันดูสวยดี ยังไม่ทันอ่านอะไรเพิ่มเติม เราก็รีบจองตั๋วรถไฟจาก ลอนดอน สู่ เอดินบะระ

และด้วยความงก ตอนแรกเลยกะว่าจะซื้อทัวร์นั่งรถบัสขึ้นไป Isle of Skye (ซึ่งอยู่ทางตอนเหนือของประเทศ และเป็นสถานที่ตั้งของรูปในโปสการ์ดนั้น) แต่บวกไปบวกมากลายเป็นว่า เช่ารถขับกันเองถูกกว่า ก็เลยอ่ะ ตามนั้น โรดทริป ก็ โรดทริป 

บน Old Man of Storr ก่อนที่ฝนจะกระหน่ำลงมา (ในภาพไม่ใช่คนเขียน)

บน Old Man of Storr ก่อนที่ฝนจะกระหน่ำลงมา (ในภาพไม่ใช่คนเขียน)

มุ่งหน้าขึ้นเหนือ

ด้วยความโชคดี ทางที่เช่ารถ upgrade ให้เราเป็น 4WD เวิคมากกกก เพราะถึงแม้ถนนหนทางมันจะดีขนาดไหน แต่ตลอดเส้นทางขึ้นเหนือไป Skye แล้วนั้น เป็นถนนเส้นเดียวและมีทางคดเคี้ยวมากมาย

เราเดินทางกันแบบง่ายๆ เริ่มจากเปิด google map แล้วกะระยะทางจาก Edinburgh ถึง Skye มันประมาณ 400กว่ากิโล ใช้เวลารวมทั้งหมดประมาณ 6ชั่วโมง เราเลยตัดสินใจว่าคืนแรกเราจะไปนอนกันครึ่งทางที่ Glencoe ซึ่งบอกเลยว่าเปิดการเดาที่ถูกต้องที่สุด เพราะถนนหนทางที่นี่ไม่มีไฟ แถมมืดเร็วอีกต่างหาก คืนนี้ที่ hostel เล็กๆกลางเขา หนาวชิบเป๋ง...

Kilt Rock

Kilt Rock

อย่าลืมทำการบ้าน

ตอนเช้าตื่นมาเพื่อนร่วมห้องบอกเราว่า "ถนนที่เธอขับผ่านมาเมื่อคืนหน่ะ คือถนนที่เค้าถ่าย Skyfall กัน" อ่าว!! พีคไปอีก "แถมวันดีคืนนี้ก็จะมีคุณลุงใส่ กระโปง kilt ไปเล่น scottish piper อีก ท่ามกลางภูเขาใบหญ้าแถวนั้นอีกด้วยนะ" อ่าวววววววววววเฮ้ย!! พี่เอาปืนมายิงหนูเลยดีกว่าถ้าจะมาบอกให้เราเสียใจกันขนาดนี้

แต่ว่าใครไม่ได้ เพราะนี่คือข้อเสียของการที่เราไม่ทำการบ้านมา

ไม่เป็นไร เราปาดน้ำตามุ่งหน้าไป Skye กันต่อ วันนี้ออกกันแต่เช้าเพราะวันนี้เราจะต้องไปปีน Old man of Storr ให้ได้ (อันนี้เปิดดูในไอจี เค้าบอกว่าต้องไป) ตลอดเส้นทาง (ตั้งแต่เมื่อวาน) ฝนตก แดดออกกันไปทุก 10นาที เลยก็ว่าได้ แถมอินเตอร์เนตที่นี่ก็สุดยอด ใช้ไม่ได้!! ส่วน wifi เหรอ อย่าหวังเลย!! แต่ยังโชคดีที่ป้ายถนนเค้ามีบอกทางอย่างชัดเจน เราก็คลำๆกันไปจนถึง Old man of Storr ในอีก 4ชั่วโมงต่อมา

มอสเขียวๆเกาะเต็มต้นไม้ สวยมาก

มอสเขียวๆเกาะเต็มต้นไม้ สวยมาก

ชีวิตจริง VS instagram

เราถึง Old man of Storr แบบงงๆ เพราะบอกตรงๆไม่รู้ว่าต้องปีนเขาเยอะกันขนาดไหน (ตอนนั้นดูจากทางขึ้นแล้วคิดว่าพอสมควร) ฉันและเพื่อนมองหน้ากันแล้วพูดว่า คอนเวิสละกันวะ

เส้นทางการขึ้น Old man of Storr นั้นมีชันบ้าง แต่ไม่ยาก หากมีรองเท้าที่เหมาะสมและอุปกรณ์กันฝนที่ครบครัน ซึ่งแน่นอนว่าทางเรานั้น ไม่มี!! และว่าสกอตแลนด์นั้นก็ไม่ทำให้เราผิดหวัง ฝนโหมกระหน่ำลงมาอย่างหนักตอนพวกเราอยู่ครึ่งทาง ทำเอาต้องวิ่งไปหลบกันตามซอกหินเก็บกล้องกันแทบไม่ทัน บวกกับรองเท้าที่ไม่เหมาะสม ก็ลื่นหน้าทิ่มกันไป ช่างไม่เหมือนรูปในอินสตาแกรมเอาซะเลย 

Eilean Donan Castle เห็นแล้วขนลุก

Eilean Donan Castle เห็นแล้วขนลุก

ผับเล็กๆ และ เพลงประหลาดๆ

คืนนั้นเราพวกเราแบกกระเป๋าไปนอนกันที่หมู่บ้านเล็กๆใน Skye ชื่อ Carbost ที่นี่ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ และจุด wifi เดียวในหมู่บ้านก็คือ ผับเล็กๆที่มีห้องพักอยู่ข้างบน ชื่อ The Old Inn ซึ่งที่ที่ว่านี้คือที่เดียวที่ขายอาหารเย็นเช่นกัน แต่ด้วยความที่ต้องการอัพรูป และต้องส่งงาน (จริงๆแล้วแค่อยากอัพรูปนั้นแหละ อ่อ หิวด้วยนิดนึงๆ)

ตัดภาพมา ตัวฉันนั้นถือlaptopอยู่ข้างนอกผับ ในท่อน้ำที่มีหลังคายื่นออกมาบังฝนให้พอประมาณ เพราะตรงนั้นสัญญาณwifiแรงสุด เป็นภาพที่น่าอนาถมากสำหรับคนที่เดินผ่าน แต่เมื่ออีเมลส่งไปแล้ว ฉันก็ปิดคอมแล้วเปิดประตูผับเข้าไปนั่งเบียดกับคนแปลกหน้ามากมาย

มันเริ่มตอนไหนไม่รู้ แต่อยู่ๆเสียงคุยก็เบาลง
เพื่อนใหม่โต๊ะข้างๆได้หยิบเครื่องดนตรีออกมาเล่น...

เสียงเพลงคืนนั้นเหมือนกับที่เราเคยได้ยินในหนังบ่อยครั้ง แต่เมื่อทุกคนวางมือถือลงแล้วลุกขึ้นเต้น มันดีกว่าฟังในหนังเยอะเลย

ความสวยงามที่ทั้ง “แปลก และ คุ้นตา”

วันต่อมาพวกเราหยิบแผนที่จาก hostel แล้วก็ขับรถกันเก็บแลนด์มาร์คทั้งหลาย ไม่ว่าจะไปเป็น Kilt Rock ไปจนถึง Fairy Pool ความสวยงามของสกอตแลนด์นั้นมีไม่สิ้นสุดจริงๆ เรื่องราวของมันก็มีมากมาย บ้างก็คงจะจริง บ้างก็คงจะเป็นเทพนิยาย จากเรื่องราวที่เพื่อนใหม่ในผับเล่าให้เราฟัง ไปจนถึงป้ายข้อมูลหน้าปราสาทหินหลายแห่งที่เราได้เห็นจนเบื่อกันไปข้าง

ไม่สิ้นสุดที่ว่านี้ยังไม่หมายถึง แค่ตอนแดดออก กับ ฝนตก สถานที่เดิมที่เราเห็นอยู่ตรงหน้า ก็เปลี่ยนไป ดูต่างกันสุดขั่วแล้ว นี่ยังไม่นับว่าต่างฤดูจะกลายเป็นคนละโลกเลยไหม

แต่บางครั้งเรายังแอบคิดนะว่า คนที่เค้าตื่นมาเห็นแบบนี้ทุกวันเค้าจะยังคิดว่ามันสวยอยู่ไหม...
หรือว่ามันจะกลายเป็นแค่ความเคยชิน?

DSC06436.JPG

What you should know

สิ่งที่ต้องเตรียมไป

  • ร้องเท้าเดินป่าแบบกันน้ำ
  • หรือ Wellies (ย่อมาจาก Wellington Boot)
  • เสื้อกันฝน/กันลม
  • ยาแก้แพ้/ยากันแมลง/ยาทา

เกร็ดความรู้

  • ค่ารถไฟจาก London - Edinburgh เริ่มต้นตั้งแต่ 55ปอนด์ (2391บาท) ไปจนถึง 200กว่าปอนด์ (หรือ 8696บาท) ใช้เวลา 4ชั่วโมง มี 84ขบวนต่อวัน แต่ถึงอย่างไรยิ่งจองเร็วเท่าไหร่ยิ่งดี จะยิ่งถูก
  • เวลาจองรถ ไม่ต้องจ่ายประกันผ่านเว็บ ไปซื้อเมื่อรับรถเลย คุ้มราคาและครอบคลุมกว่า
  • ช่วงเวลาเดินทางที่ดีที่สุดคือ ฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม-พฤษภาคม) และฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน-พฤศจิกายน)
  • ที่นี่ขับรถพวงมาลัยขวาเหมือนบ้านเรา แต่ถ้าขับช้าก็จอดให้เค้าแซงเลย เพราะส่วนมากเป็นถนนเส้นเดียว
  • ส่วนที่บอกให้ติดยาแก้แพ้ไปนั้นเพราะใน Isle of Skye มีเจ้าวายร้าย หรือ แมลง Midges ซึ่งจะมากัดตอนไหนไม่รู้ คนเขียนได้โดนไปอ่วมทั้งตัว

หมายเหตุ

* Cover Photo คือ รูป Old Man Of Storr
** วัว highland ที่สุดแสนจะเซอร์ (รูปที่ 2) กับ น้องแกะที่น่ารักจนต้องแวะถ่ายรูป (รูปที่ 3)
*** หนุ่มๆ skinny dip กันที่ Fairy Pool (รูปที่ 8)
**** สถานที่เดียวกับรูปซ้ายมือก่อนอากาศจะเปลี่ยน 15นาทีให้หลัง (รูปที่ 9)