Heart's Content

Heart's Content

เคยตั้งคำถามกับตัวเองรึเปล่า ว่าที่เราต้องตื่นขึ้นมาแต่เช้าเดินเข้าที่ทำงานและใช้เวลาของเราไปจนหมดวัน?

DSCF4085.jpg

เราทำไปเพื่ออะไร เรามีความสุขเหรอ หลังจากเราสงสัยกับคำถามที่เกิดขึ้นในใจ เราจึงเริ่มหาสถานที่ ที่เราสามารถวางงานของเราเอาไว้ก่อนแล้วไปลองใช้ชีวิตอีกแบบหนึ่งดู ที่ที่เราเดินทางไปคือหมู่บ้านกลางป่าเขา ที่มีกิจกรรมหลายอย่างให้ทำไม่ว่าจะเป็น ตีมีด รำดาบ ทอผ้า ย้อมผ้าหรือแม้แต่เก็บสมุนไพรจากป่า มีชื่อหมู่บ้านที่ฟังไม่คุ้นว่า “ห้วยตองก๊อ” ชื่อที่ไม่คุ้นหูคนไทย แต่กลับเป็นหมู่บ้านที่ชาวต่างชาติแวะมาพักผ่อนและเรียนรู้การใช้ชีวิตกับธรรมชาติ คราวละเป็นเดือนๆ

เราเห็นได้จากสมุดเยี่ยมของพะตี่ ที่มีลายมือทั้งอังกฤษและญี่ปุ่น ฝากความคิดถึงไว้ บ่งบอกเวลายาวนานกว่า 20 ปี

DSCF1923.jpg

หมู่บ้านกลางหุบเขาไม่มีไฟฟ้า ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์โทรศัพท์และคอมที่พกมาหมดประโยชน์และถูกทิ้งไว้ในรถ เราจึงไม่ได้เสียเวลาของเราไปกับเทคโนโลยีใดๆ ไม่มีร้านของของชำ ทุกอย่างที่ต้องการสามารถหาได้เอาเองจากผืนป่าทำให้ค่าของเงินดูด้อยลงไป เสียงทักทายของผู้คนที่นี่เตือนให้เรารู้ว่าการใช้ชีวิตจริงๆเริ่มขึ้นแล้ว

DSCF1484.jpg

เวลาของเราเดินผ่านไปช้าๆ ซึ่งคงมาจากความเรียบง่ายเงียบสงบของที่นี่ กลางเดือนเมษาเดือนที่ร้อนที่สุดของไทย เราตื่นขึ้นมาแต่เช้าเพราะเสียงไก่และเสียงทำครัวใกล้ๆหู พร้อมผ้าห่มที่คลุมตัวอยู่ถึงสามชั้น ที่นี่ยังหนาว เราเดินออกมาจากบ้านยังเห็นหมอกขาวกับลมหายใจซึ่งเป็นไอควันลอยกรุ่นจากปาก เสื้อผ้าหน้าร้อนของเราถูกสวมทับกันหลายชั้น หลังจากทานข้าวพร้อมหน้ากันกับพะตี่และเม่อก่า

พวกเราก็ออกไปเข้าฐานการเรียนรู้ต่างๆ ซึ่งมีทั้งทอผ้า ย้อมผ้า ทำมีดตีดาบ เก็บสมุนไพรมาทำอาหารไปจนถึงเดินป่า ทุกๆกิจกรรมที่เราได้ทำ เหมือนเป็นเพียงตอบสนองความต้องการพื้นฐานของชีวิต ทุกอย่างเรียบง่าย เหนื่อยก็เดินกลับมาทานข้าว หรือแอบนอนกลางวันใต้ต้นไม้บ้าง หน้าบ้านบ้าง พอบ่ายแก่อากาศร้อนขึ้นมาหน่อย เราก็หอบเสื้อผ้าเดินไปอาบน้ำกันในลำธาร พร้อมๆกับทักทายเหล่าชาวบ้านที่เปลี่ยนเวียนกันมา แล้วกลับไปทำกิจกรรมต่อ หลังจากพระอาทิตย์ตกเราก็มาใช้เวลาพูดคุยกันอยู่ใต้แสงหลอดไฟจากแผงโซล่าเซลล์แผ่นเล็กๆ ก่อนแยกย้ายกันไปนอน

DSCF1632.jpg

มันไม่ใช่การท่องเที่ยวที่ยิ่งใหญ่หรือเต็มไปด้วยความตื่นตา แต่มันทำให้เราได้เรียนรู้คุณค่าและพื้นฐานของชีวิต ทำให้เราได้มีเวลากับตัวเอง ได้เรียนรู้ว่าความสุขของชีวิตสามารถเกิดขึ้นได้ง่ายๆโดยไม่ต้องมีอะไรมาปรุงแต่งมัน พวกเราลาจากกันด้วยความอบอุ่นและรอยยิ้ม แลกเปลี่ยนการสวมกอดและคำบอกลา พร้อมกับทิ้งท้ายด้วยคำว่า ต่าบลี๊ ซึ่งแปลได้ว่า ขอบคุณ

DSCF3905.jpg

ABOUT

หมู่บ้านห้วยตองก๊อ เป็นหมู่บ้านท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ที่เปิดรับนักท่องเที่ยวแบบ โฮมสเตย์ มาตั้งแต่ปี พ.ศ.2538 เป็นหมู่บ้านเล็กๆที่อยู่กันประมาณ 25 หลังคาเรือนและเปิดร่วมโฮมสเตย์ประมาณ 15 หลังคาเรือนทำให้สามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้ในปริมาณที่จำกัดดังนั้นการเดินทางมายังห้วยตองก๊อ ทุกครั้งต้องผ่านการติดต่อประสานงานกับหมู่บ้านก่อน ผ่านเพจ การท่องเที่ยวโดยชุมชน บ้านห้วยตองก๊อ / CBT Huay Tong Kor

หมู่บ้านตั้งอยู่ที่ตำบลห้วยปูลิง อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน

DSCF1073.jpg

HOW TO GET THERE

เนื่องจากเป็นชุมชนที่ตั้งอยู่ในหุบเขา และเส้นทางเข้าหมู่บ้านค่อนข้างยาก ไม่แนะนำให้ใช้รถส่วนตัวเข้าไปเท่าไหร่ เว้นแต่เป็นรถกระบะ (4WD) และผู้ขับมีความชำนาญเส้นทางบนภูเขา

* การเดินทางโดยรถยนต์กระบะส่วนตัว ไม่แนะนำสำหรับหน้าฝน

** สามารถติดต่อประสานงานกับชุมชนเพื่อนัดแนะให้รถจากชุมชนมารับที่ตัวเมืองแม่ฮ่องสอน มีค่าใช้จ่ายสำหรับการเดินทางไปกลับคือ รถยนต์ (ไม่เกิน10คน) 2500 บาท จักรยานยนต์ 600 บาท

  • เส้นทางจากเชียงใหม่-ปาย-แม่ฮ่องสอน-ห้วยปูลิง-หมู่บ้านห้วยตองก๊อ ใช้เวลารวมประมาณ 8 ชั่วโมง ถนนจากแม่ฮ่องสอนไปยังห้วยปูลิงเป็นเส้นทางชันขึ้นลงเขาถนนดินสลับกับปูนเป็นบางช่วง
  • เส้นทางจากเชียงใหม่-สะเมิง-วัดจันทร์-ห้วยปูลิง-หมู่บ้านห้วยตองก๊อ ใช้เวลารวมประมาณ 5 ชั่วโมง

*** เส้นทางจากวัดจันทร์เข้าสู่ห้วยปูลิงเป็นถนนดินลื่น เลาะไปตามสันเขาไม่เหมาะแก่ผู้ไม่ชำนาญทาง

DSC01707.jpg

DO

ภายในหมู่บ้านประกอบด้วยกิจกรรมการเรียนรู้เชิงวัฒนธรรมต่างๆมากมาย มีค่าใช้จ่ายสำหรับวิทยากรประจำฐาน ฐานละ 300 บาท (กลุ่มละไม่เกิน10คน) โดยสามารถเรียนรู้ได้ในทุกขึ้นตอน อาทิ การเรียนทอผ้า ผู้เรียนสามารถเริ่มเรียนรู้ได้ตั้งแต่การเข้าป่าไปหาวัตถุดิบจนถึงการทอเส้นด้ายให้เป็นผืนได้เลย

กิจกรรมอื่นๆมี จักสาน ตีมีด สมุนไพร ร้องเพลง ย้อมผ้าและทอผ้า

DSCF1439.jpg

PAY

สำหรับการพักที่นี่ ทางหมู่บ้านจะแบ่งนักท่องเที่ยวกระจายไปพักตามบ้านต่างๆภายในหมู่บ้าน โดยเสียค่าที่พักคืนละ 150 บาท/คน และค่าอาหาร 70 บาท/มื้อ

ค่าใช้จ่ายในระยะเวลา 3 วัน

  • ที่พักคืนละ 150
  • อาหาร 3 มื้อ 210 บาทต่อวัน
  • ที่เหลือเป็นค่าน้ำมันและค่าฐานกิจกรรม

รวมทั้งหมด = 1,560 บาท (ราคานี้ไม่รวมค่าเครื่องจาก กรุงเทพ-เชียงใหม่)