A Love Letter To China

A Love Letter To China

ประเทศจีนเป็นประเทศที่หลายคนมองข้ามในการไปเที่ยว เพียงเพราะติดกับภาพเดิมๆ ของนักท่องเที่ยวจีนที่มาบ้านเรา หรือ จากเรื่องราวที่เคยได้ยิน หลายคนเล่าว่าเป็นประเทศที่สกปรก แม้เราไม่ได้ไปทั่วแผ่นดินอันกว้างใหญ่ไพศาลของจีน แต่เท่าที่ไปเหยียบย่ำมา 12 วัน แผ่นดินจีนสะอาด บริสุทธิ์ และมีธรรมชาติที่สวยแบบขโมยลมหายใจเราไปเลย

 Five color lake, Yading

Five color lake, Yading

ประเทศจีนอาจจะไม่ใช่ประเทศในดวงใจของใครหลายๆคน และถึงแม้ว่าตัวเราจะเคยไปมาหนึ่งครั้งแล้วก็ยังมีความรู้สึกกล้าๆกลัวๆที่จะไปอีกรอบ อาจเป็นเพราะครั้งแรกเราเดินทางเพื่อไปทำงาน มีทั้งล่ามมีทั้งไกด์ การตกลงไปจีนครั้งที่สองนี้อาจจะเรียกได้ว่าตัดสินใจไปโดยไม่ได้คิด วันนึงรุ่นน้องบอกว่าไปเที่ยวกันไหมพี่ ไปไหนดี เราก็เลยลองหลับตาจิ้มกันดู

บอมเริ่มจากมณฑลยูนนานแล้วจบลงที่มณฑลเสฉวน โดยสถานที่แรกคือคุนหมิง ต่อที่ลี่เจียง แล้วไปช่องเขาเสือกระโจน (Tiger Leaping Gorge) แล้วต่อด้วยแชงกรีลา หรือเมืองฉงชิ่ง ก่อนจะข้ามมณฑลไปที่เต้าเฉิงย่าติง และจบลงที่เมืองหลวงของเสฉวน หรือเฉิงตูนั่นเอง ที่บอกว่าไม่ยากนั้นเป็นเพราะเส้นทางคุนหมิง-แชงกรีลานั้นเป็นที่นิยมอยู่แล้ว เดินทางไปได้ง่ายพอสมควร แต่สิ่งที่ยากคือการเดินทางหลังจากนั้นที่ต้องข้ามมณฑล และการจองตั๋วรถบัสนั้นทำได้แค่วันต่อวัน อีกทั้งเราตัดสินใจจะแบ็กแพ็ค หาที่นอนกันไปวันต่อวัน ไม่มีความแน่นอนใดๆ เลย นอกจากที่พักคืนแรกที่จองไว้ ตั๋วเครื่องบินกลับบ้าน และความตั้งใจที่จะไปปีนเขากันอย่างแรงกล้า!

 Pearl Lake, Yading

Pearl Lake, Yading

ทำไมตัดสินใจไปปีนเขาหนะเหรอ?

ไม่รู้สิ เพราะเราอยากเห็นที่คนอื่นเค้าไม่เห็นแหละมั้ง แต่ไม่รู้ว่าดันธุรังหรืออย่างไร เพราะเราทั้งสองนั้นไม่ฟิตเอาซะเลย

การวางแผนไปเที่ยวนั้นไม่ยาก พันทิปได้ปูทางให้ทุกท่านไว้หมดแล้ว เพียงแค่กดเข้าไปในหน้าblue planetแล้วหากระทู้ที่ถูกจริตแล้ววางแผนตามเค้าเป็นไกด์ไลน์ ส่วนlonely planetก็เป็นตัวช่วยที่ดีได้อีกตัวหนึ่งในเรื่องของการวางแผนปีนเขา เพราะการเที่ยวโดยกานtrekkingถือว่ายังเป็นการเที่ยวที่ยังไม่ได้รับความนิยมจากคนไทยเท่าไหร่นัก

เราเดินทางถึงจีนด้วยความตื่นเต้น แล้วกล้าๆกลัวๆเพราะตั้งแต่ลงสนามบิน culture shock ได้ตีเข้าหน้าเราอย่างจัง ตั้งแต่ความไม่มีระเบียบในการต่อแถวเข้าห้องน้ำของมนุษย์ป้าที่เบียดเข้าห้องมาตั้งแต่เราเปิดประตูออกไป เดินออกมาก็เจอคุณลุงคากถุยลงไปที่พื้น โห หันไปน้องแล้วพยักหน้าหงึกๆว่า เราคงจะต้องไฟท์กันแล้วหละไม่งั้นเราคงไม่รอดนี่แค่สนามบินเองนะ

 Traditional Lady, Shangri-La

Traditional Lady, Shangri-La

ทริปนี้ทำให้เราได้เข้าใจอีกหนึ่งเหตุผลที่ประเทศจีนไม่เป็นที่นิยมเท่าไร คงเป็นเพราะชาวจีนมีความเป็นชาตินิยมสูงมากนั่นเอง คนจีนจะพูดภาษาจีนใส่เราโดยไม่คิดเอะใจหรือลังเลแม้แต่น้อยว่าเราอาจจะฟังไม่ออก แล้วถ้าเราพูดภาษาอังกฤษใส่เขา บางคนก็จะเดินหนีไปเลย พวกเขาไม่พยายามที่จะเข้าใจ แต่เขาจะคาดหวังให้เรารู้ภาษาจีนอยู่ฝ่ายเดียว เราสองคนมีความสามารถในการพูดภาษาจีนเป็นศูนย์ แน่นอนว่าวันแรกได้แต่มึนงงกันไป (เคล็ดลับ1: เซพชื่อถนน โรงแรมทุกอย่างที่เรารู้คร่าวว่าเราจะไป เป็นภาษาจีน ไว้ในมือถือให้หมด) เพราะตอนนั้นแท๊กซี่ได้ปล่อยเราลงกลางทางแล้วเราต้องคลำทางไปหาโฮสเทลกันเอง ระหว่างเดินอยู่กลับไม่กังวลคิดเองในหัวว่ายังไงก็คงเจอที่พักแหละ แต่ตอนนี้ไม่แบกกระเป๋าแล้วได้ไหมอ่ะ หนักเหลือเกิน! (เคล็ดลับ2: นักปีนเขามืออาชีพเค้าไม่บ้าหอบฟาง)

ขอเล่าถึงเมืองลี่เจียงในแบบคร่าวๆละกัน ลี่เจียงเป็นเมืองน่ารัก เรียกว่าเป็นเมืองชิคๆได้เลยแหละ ทุกถนนเรียงรายไปด้วยอาหารพื้นเมืองและเครื่องดนตรี ถึงแม้ว่ามันอาจจะดูcommercialไปหน่อยแต่ส่วนตัวแล้วเราไม่รู้สึกว่ามันมากเกินไป โดยเฉพาะส่วนเมืองเก่าของลี่เจียงยังผสมผสานความใหม่และความเก่าไว้ได้อย่างดี คนแก่ยังพาหลานแบกหลังเพื่อไปโรงเรียนและเข้าวัดทุกวันในแบรคดรอปที่ถูกบูรณะขึ้นเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว แต่ลีเจียงไม่ได้มีแค่นั้น ลี่เจียงยังเป็นที่ตั้งของหุบเขาในตำนานอย่างเขามังกรหยกอีกด้วย แต่วันที่เราไปนั้นฟ้าฝนไม่เป็นใจเล็กน้อย เราเลยต้องเปลี่ยนแผนกันเล็กน้อย ขอร้องให้คนดูแลโฮสเทลที่พูดภาษาอังกฤษได้พอสมควรแต่ไม่ได้มากพอที่เราไม่จำเป็นต้องใช้กูเกิ้ลช่วยเราซื้อตั๋วไปหุบเขาเสือกระโจนให้ได้จนสำเร็จ (เคล็ดลับ3: โหวด VPN ตั้งแต่ไทยไป)

 Lourong Pasture, Yading

Lourong Pasture, Yading

ผู้ที่มาหุบเขาเสือกระโจนส่วนมากจะจอดอยู่แค่ที่ปากเขาที่รถทัวร์จะจอดให้ชม แต่หารู้ไม่ว่าความสวยจริงๆของที่แห่งนี้มีมากกว่านั้นแต่ต้องผ่านความหฤโหดปีนขึ้นเขาลงเขาวันละ 4-6ชั่วโมง ทั้งกลิ้งลงเขา ทั้งลอดน้ำตก ทั้งหอบแล้วร้องขอให้มีใครซักคนมาแบกเราขึ้นไป แต่มันก็ทำให้เราหลงรักหุบเขานี้ไปอีกแบบ และหุบเขานี้ก็ทำให้เรามองเห็นถึงอีกมุมนึงของคนจีน

เราได้ทำการแบ่งคนจีนเป็น2ประเภท (ไม่รวมมนุษย์ป้า)

                  •                คนจีนชาวบ้าน
                  •                คนจีนนักท่องเที่ยว

คนจีนชาวบ้านนั้นน่ารัก คนจีนประเภทนี้จะพยายามคุยกับเราในทุกรูปแบบ ทั้งภาษามือ และ ภาษาจีน ถึงแม้ว่าเราไม่ได้มีภาษาพูดร่วมกัน แต่เราก็ยังเข้าใจกันได้

ส่วนคนจีนนักนักท่องเที่ยวนั้นทำให้ความคิดเดิมๆของเราเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง เค้ามีความคิดแบบเดียวกับเรา มีจุดมุ่งหมายเดียวกับเรา และยังอยากเป็นเพื่อนกับเรา เจอผู้ชายคนนึงช่วยรุ่นน้องเราแบกกระเป๋าไปจนถึงยอดเขาที่สูงถึง 5000m ตอนนี้ก็ยังเป็นเพื่อนกันอยู่ในwechat ความน่ารักอีกอย่างของนักท่องเที่ยวจีนคือส่วนใหญ่เค้าจะเที่ยวในบ้านเค้าให้หมดก่อนถึงจะออกไปเที่ยวต่างประเทศ

 Yading Village

Yading Village

สองวันกับการเดินเขาก่อนจะนั่งรถต่อขึ้นไปถึงเมืองที่มีชื่อหรูหราอย่าง แชงกรีลา เมืองนี้โดยส่วนตัว นอกจากฮ๊อตพ๊อตจามรีที่อร่อยก็ไม่มีอะไรมาก เป็นเมืองที่เราหยุดเพื่อปรับ climatize ร่างกาย ให้สามารถรับมือกับความสูงของมณฑลเสฉวนที่เราจะปีนต่อขึ้นไป

ตัดภาพไปที่รถบัสสู้เต้าฉิงย่าติงที่มีระยะทางรวมทั้งหมด 200กิโล แต่ใช้เวลายาวนานถึง8ชั่วโมง ทั้งseatbelt ทั้งสปอตบราก็ไม่สามารถช่วยลดแรงสั่นสะเทือนของรถบนถนนลูกรังได้เลย ไม่เคยรู้สึกดีใจที่ได้เห็นห้องน้ำสาธารณะของจีนเท่าวันนั้นอีกเลย เมืองเต้าฉิงมีความสูงเกือบ3000เมตรเหนือน้ำทะเลแต่จุดหมายของเราจริงๆคืออุทยานย่าติงซึ่งอยู่ห่างจากตัวเมืองไปอีกประมาณ4ชั่วโมงและมีความสูงขึ้นไปอีกเกือบ1000เมตร

 Shangri-La

Shangri-La

อุทยานย่าติงถือเป็นความฟลุคอีกอย่างก็ว่าได้ เราเจอรูปภาพของทะเลสาบน้ำนมในพินเทอเรสแล้วก็ได้เสาะหาทางไปจนเจอ อยากจะบอกว่า สวยจนแทบหมดลมหายใจเลยที่เดียว (เคล็ดลับ4: ติดยาแก้เมาความสูงไปให้ครบวันเดินทาง เนื่องจากเราเดินทางขึ่นที่สูงขึ้นเรื่อยๆเพื่อเป็นตัวช่วย) ต้องเรียกว่าสวยอย่างนั้นเพราะเราความสูงทำให้เราเหนื่อยง่ายเป็นพิเศษ แต่ในขณะเดียวกันมันก็สวยจนเราแทบจะหยุดหายใจ เดินๆอยู่มีอารมณ์ที่รู้สึกว่าหลุดมาอยู่ในฉาก Game of Thronesอุทยานแห่งนี้ถ้ามีเวลาก็ควรจะให้เวลากับมันหน่อย ทั้งเตรียมร่างกาย แถมยังต้องเผื่อฟ้าฝนไม่เป็นใจ

สุดท้ายแล้วก่อนกลับบ้านเราแวะเมืองเฉิงตูเพื่อดูสัตว์คู่บ้านคู่เมืองอย่างหมีแพนด้าและชิมหมี่เย็นแดนแดนก่อนจะขึ้นเครื่องกลับบ้านอย่างเหนื่อยล้าแต่อิ่มใจ

 Lijiang Old Town

Lijiang Old Town

ประเทศจีนเป็นประเทศที่ยิ่งใหญ่ มีกำแพงที่ใหญ่จนเห็นได้จากอวกาศ คิดค้นทั้งดินปืนและเข็มทิศ มีประวัติศาสตร์อันยาวกว่า5000ปี แต่การเดินทางไปจีนครั้งนี้เรารับรู้ถึงวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ผ่านผู้คนและธรรมชาติแทน เราไม่ได้เห็นพระราชวังต้องห้าม แต่เราเห็นเรื่องราวของชาวบ้านในบะหมี่ถ้วยนึงที่ตรอกเล็กๆในเมืองเก่าลี่เจียง รับรู้ถึงความยิ่งใหญ่ของกำแพงเมืองจีนผ่านโขดหินและหน้าผาที่หุบเขาเสือกระโจน รู้สึกถึงความสวยงามของรูปภาพวาดผ่านภูมิประเทศระหว่างทาง และเข้าใจถึงบทกวีของเล่าจือผ่านความสวยงามของย่าติง

นี่คือจดหมายรักที่เราเขียนถึงเธอ

อ่อออ...ลืมบอกไป

ตอนนี้ประเทศจีนเค้าสะอาดแล้วนะ มีคนกวาดถนนทั้งวันเลย (เคล็ดลับ5: ไม่ต้องคิดอะไรมาก ซื้อตั๋วแล้วไปเลย)

 

ตีพิมพ์ครั้งแรกในนิตยสาร GQ ฉบับเดือนสิงหาคม ปี2559